home news articles forum gallery events contact
Tuesday, February 7, 2012 | Login

เข้าระบบ

ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน?

สมัครสมาชิก!

เมนูหลัก

ใครกำลังใช้งาน

มี 15 คนกำลังใช้งาน (มี 5 คนกำลังใช้งาน ข่าวสาร)

สมาชิก: 2
บุคคลทั่วไป: 13

namfon, warangkhana, มีต่อ...

Link น่าสนใจ


(1) 2 3 4 ... 1968 »
การประมวลผลภาพ : 3 เดือน แอปเปิลขาย iPad มากกว่าเอชพีขายคอมพ์พีซี
ส่งมาโดย duangpornopphon เมื่อ 7/2/2012 10:32:11 (0 ครั้งที่อ่าน)
การประมวลผลภาพ

Updated - สถิติยอดขายแท็บเล็ตไอแพด (iPad) 15.4 ล้านเครื่องและยอดจำหน่ายคอมพิวเตอรแมคอินทอช 5.2 ล้านเครื่อง ทำให้แอปเปิลกลายเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์การประมวลผลส่วนบุคคลมากที่สุดในโลกด้วยสถิติ 20 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา เพราะการ์ทเนอร์ (Gartner) บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ประเมินว่ายอดจำหน่ายพีซีของเอชพี (HP) ทั่วโลกนั้นจะมีจำนวนราว 14.7 ล้านเครื่อง ซึ่งต่ำกว่ายอดจำหน่ายไอแพดอย่างเดียว

สำหรับเลอโนโว (Lenovo) และเดลล์ (Dell) เชื่อว่าจะจำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีได้ 12.9 และ 11.6 ล้านเครื่องตามลำดับ

*********************

แอปเปิลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของปี 2011 (คิดเป็นไตรมาสแรกปีการเงิน 2012 ของแอปเปิล) ระบุมีรายได้รวม 4.633 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบกับปลายปี 2010 เบ็ดเสร็จคิดเป็นกำไรสุทธิ 1.306 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 131% ผลจากยอดขายไอโฟน (iPhone) 37.04 ล้านเครื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา

ทิม คุ้ก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลระบุว่ายอดจำหน่ายไอโฟนในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2011 ที่ผ่านมานั้นคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 128% โดยแท็บเล็ตยอดนิยมอย่างไอแพด (iPad) สามารถจำหน่ายได้ 15.43 ล้านเครื่อง (เพิ่มขึ้น 111%) ขณะที่คอมพิวเตอร์แมคอินทอช (Mac) จำหน่ายได้ 5.2 ล้านเครื่อง (เพิ่มขึ้น 26%)

ผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิลสามารถจำหน่ายได้น้อยลงคือเครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาไอพ็อด (iPod) ยอดจำหน่ายช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาคือ 15.4 ล้านเครื่อง ลดลง 21%

ทั้งหมดนี้คุ้กระบุว่า ยอดจำหน่ายของผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากตลาดนอกสหรัฐฯ ซึ่งแอปเปิลคิดเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ โดยสัดส่วนของรายได้กลุ่มนี้คิดเป็น 58% ของรายได้รวมแอปเปิล บนสัดส่วนกำไรขั้นต้นของแอปเปิล 44.7% ในไตรมาสนี้

ปีเตอร์ โอเพนไฮเมอร์ (Peter Oppenheimer) ประธานฝ่ายการเงินแอปเปิลให้ความเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการไตรมาสปลายปี 2011 ของแอปเปิลสูงกว่าปกติคือการกินช่วงเวลานานกว่า 14 สัปดาห์ โดยให้ข้อมูลว่าร้านดาวน์โหลดคอนเทนต์ออนไลน์ของแอปเปิล "iTunes Store" นั้นมีรายได้มากกว่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.2 หมื่นล้านบาท)

ในภาพรวม แอปเปิลระบุว่ายอดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ iOS ในไตรมาสที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 62 ล้านเครื่อง ถือเป็นสถิติใหม่เนื่องจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าองค์กร ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการเอกชนและภาพการศึกษา เช่นไอแพดที่แอปเปิลระบุว่ามากกว่า 1.5 ล้านเครื่องถูกใช้งานในโรงเรียนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนมีแนวโน้มว่าแท็บเล็ตอาจจะมีขนาดตลาดที่ใหญ่กว่าคอมพิวเตอร์พีซีในไม่ช้านี้

สำหรับกลยุทธ์โดยรวม แอปเปิลจะยังยืดมั่นพัฒนาบริการฝากไฟล์ออนไลน์อย่าง iCloud ต่อไปแม้จะไม่ใช่ธุรกิจที่ทำเงินในขณะนี้ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำเงินอย่างแอปเปิลทีวี (Apple TV) อุปกรณ์เสริมที่ทำให้ทีวีธรรมดากลายเป็นทีวีออนไลน์ได้ จุดนี้แอปเปิลระบุว่าแอปเปิลทีวีสามารถจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 1.4 ล้านเครื่อง เชื่อว่าจะมีการต่อยอดอื่นๆอีกในอนาคต

ในส่วนกลยุทธ์การผลิต แอปเปิลยอมรับว่าภาวะฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดจากพิษน้ำท่วมไทยจะทำให้แอปเปิลมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากแอปเปิลจะต้องทุ่มทุนสรรหาแหล่งผลิตทดแทนชิ้นส่วนที่ขาดตลาดไป ส่วนแง่พื้นที่เป้าหมาย แอปเปิลระบุว่าบราซิลคือตลาดใหม่ที่แอปเปิลตั้งความหวังไว้รองจากจีนแผ่นดินใหญ่

ผู้บริหารแอปเปิลปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลไอโฟนรุ่นใหม่ โดยประเมินเพียงยอดขายในไตรมาสปัจจุบันไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหตุผลสำคัญที่ทำให้แอปเปิลประเมินไว้ลดลงคือระยะเวลาตลอดไตรมาส 13 สัปดาห์ ซึ่งน้อยกว่า 14 สัปดาห์ของไตรมาสที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้มีจำนวนน้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ สามารถดูรายละเอียดการวิเคราะห์ได้ที่ข่าว "คาด iPhone4S ดันแอปเปิลกำไรกระฉูด"

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ - ส่งข้อเสนอแนะ?
การประมวลผลภาพ : ศาลดัตช์ประกาศไม่แบน Galaxy Tab - ลือ Galaxy S III ใกล้มาแล้ว
ส่งมาโดย duangpornopphon เมื่อ 7/2/2012 10:30:21 (0 ครั้งที่อ่าน)
การประมวลผลภาพ

เป็นอีกหนึ่งในคดีความที่มีการฟ้องร้องแทบจะทุกทวีปบนโลกไปแล้ว สำหรับ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งโลกไอทีระหว่างแอปเปิล และซัมซุง ล่าสุดศาลประเทศเนเธอร์แลนด์ตัดสินใจไม่สั่งแบน Galaxy Tab 10.1 แท็บเล็ตเจ้าปัญหาแล้ว พร้อมกันนี้ยังมีข่าวลือหลุดออกมาว่าซัมซุงเตรียมตัวที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง Galaxy S III ในเร็ววันนี้อีกด้วย

คดีความสุดขอบโลกระหว่างแอปเปิลและซัมซุงที่ประเทศเนเธอร์แลนด์กำลังจะเข้าใกล้่จุดสิ้นสุดเข้าไปทุกขณะ หลังจากที่ศาลประเทศเนเธอร์แลนด์ประกาศข่าวดีให้กับซัมซุงได้ดีใจจนเนื้อเต้นว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซัมซุงสามารถที่จะวางจำหน่ายแท็บเล็ตเจ้าปัญหาอย่าง Galaxy Tab 10.1 ได้ โดยลงความเห็นว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้ไม่ได้ลอกเลียนแบบด้านการดีไซน์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ศาลเนเธอร์แลนด์ได้ยืนตามศาลชั้นต้นที่เคยตัดสินไปก่อนหน้านี้ว่าซัมซุงไม่ได้เลียนแบบการดีไซน์แท็บเล็ตของแอปเปิลอย่าง iPad ตามที่แอปเปิลยื่นฟ้องร้อง จึงได้เกิดการอุทรณ์ขึ้น และท้ายที่สุดศาลอุทรณ์ในเนเธอร์แลนด์ก็ตัดสินใจยืนยันคำตัดสินตามศาลชั้นต้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แอปเปิลยังคงนิ่งเงียบไม่พูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ว่าหลังจากนี้แอปเปิลจะดำเนินการอย่างไรต่อ คงต้องติดตามข่าวกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อได้เลยว่าการฟ้องร้องระหว่างแอปเปิลกับซัมซุง รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ ยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ - ส่งข้อเสนอแนะ?
การประมวลผลภาพ : คาด iPhone4S ดันแอปเปิลกำไรกระฉูด
ส่งมาโดย duangpornopphon เมื่อ 7/2/2012 10:29:15 (0 ครั้งที่อ่าน)
การประมวลผลภาพ

แม้ว่าในประเทศไทย กระแสไอโฟนรุ่นล่าสุดอย่างไอโฟนโฟร์เอส (iPhone 4S) จากแอปเปิลจะไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าไอโฟนโฟร์เอสนี้เองที่จะเป็นแรงสำคัญในการดันผลประกอบการของแอปเปิลให้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำช่วงปลายปี 2011 เบื้องต้นคาดว่าสัดส่วนกำไรสุทธิของแอปเปิลจะเพิ่มขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้านั้น

ไตรมาส 4 ปี 2011 นั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญสำหรับแอปเปิลมากเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นไตรมาสแรกที่ซีอีโอทิม คุ้ก (Tim Cook) ซีอีโอคนใหม่ของแอปเปิลขึ้นกุมบังเหียนบริษัทเต็มตัวครบ 3 เดือน โดยคุ้กมีกำหนดการประกาศผลประกอบการไตรมาสดังกล่าวในบ่ายวันอังคารที่ 24 มกราคมตามเวลาในสหรัฐฯ

เบื้องต้น การสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ของทอมป์สัน ไฟแนนเชียล (Thomson Financial) พบว่าสัดส่วนกำไรสุทธิของแอปเปิลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 58% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2010 แน่นอนว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้มาจาก iPhone 4S อย่างเดียว แต่ยังมีคอมพิวเตอร์แมคอินทอชพกพาอย่างแมคบุ๊กแอร์ (MacBook Air) และแท็บเล็ตยอดนิยมไอแพด2 (iPad 2) เป็นดาราเรียกคะแนนนิยมจากผู้บริโภคช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปีที่ผ่านมา

ผลิตภัณฑ์เด่นของแอปเปิลสามารถสร้างยอดขายถล่มทลายในหลายประเทศทั่วมุมโลก ทั้งหมดนี้ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่า แอปเปิลจะสามารถจำหน่ายไอโฟนราว 33 ล้านเครื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ยอดจำหน่ายไอแพดจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 14 ล้านเครื่อง ส่งให้กำไรสุทธิของแอปเปิลเพิ่มเป็น 9.6 พันล้านเหรียญ 2.97 แสนล้านบาทหรือ 10.08 เหรียญต่อหุ้น (ราว 312 บาท) บนยอดขายมากกว่า 3.89 หมื่นล้านเหรียญ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท)

ทั้งหมดนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งแอปเปิลประกาศกำไรสุทธิไว้ที่ 6 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท) หรือเฉลี่ย 6.43 เหรียญต่อหุ้น (ราว 199 บาท) บนยอดจำหน่าย 2.67 หมื่นล้านเหรียญ (ประมาณ 8.2 แสนล้านบาท)

ที่สำคัญ ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง นักวิเคราะห์ได้ประเมินว่าสัดส่วนกำไรหรือ gross margin ของแอปเปิลในไตรมาสนี้จะอยู่ที่ 40.8% เพิ่มขึ้นจาก 38.5% ในปีที่แล้ว

สำหรับสินค้าอื่นๆ นักวิเคราะห์เชื่อว่าคอมพิวเตอร์แมคอินทอชมากกว่า 5.6 ล้านเครื่องนั้นถูกจำหน่ายไปในช่วง 3 เดือนปลายปี 2011 ขณะที่ไอพอด (iPod) เครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาของแอปเปิลนั้นสามารถจำหน่ายได้ราว 12.9 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 4.3 ล้านเครื่องต่อเดือน

สำหรับไตรมาสปัจจุบัน (มกราคม-มีนาคม 2555) นักวิเคราะห์เชื่อว่ากำไรสุทธิของแอปเปิลจะลดลงเหลือ 7.5 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 2.3 แสนล้านบาท) บนยอดจำหน่ายรวม 3.2 หมื่นล้านเหรียญ (ราว 9.9 แสนล้านบาท) เป็นไปตามปกติที่ไตรมาส 1 ของปีมักจะมียอดจำหน่ายที่น้อยกว่าไตรมาส 4 ซึ่งมีเทศกาลจับจ่ายปลายปีเป็นเทศกาลชูโรง

แน่นอนว่าแนวโน้มผลประกอบการงดงามนี้ทำให้มูลค่าหุ้นแอปเปิลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปี 2011 ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นแอปเปิลนั้นเพิ่มขึ้นถึง 30% เป็น 427.41 เหรียญจาก 337.45 เหรียญในปี 2010 ทั้งหมดนี้เป็นการเพิ่มขึ้นหลังจากหุ้นแอปเปิลตกลงเล็กน้อยเพราะยอดจำหน่าย iPhone 3GS ไม่เข้าเป้า

คาดว่ามูลค่าหุ้นแอปเปิลจะเติบโตต่อไป เนื่องจากการคำนวณในช่วง 20 วันแรกของเดือนมกราคมที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของแอปเปิลคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 5.53% แล้ว

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ - ส่งข้อเสนอแนะ?
การประมวลผลภาพ : อัสซุสเทคหวังรายได้ 8,700 ล.บาท เปิดตัวแท็บเล็ตเร็ว-แรงที่สุดในโลก
ส่งมาโดย duangpornopphon เมื่อ 7/2/2012 10:28:11 (0 ครั้งที่อ่าน)
การประมวลผลภาพ

อัสซุสเทคตั้งเป้ารายได้ ปี2012 ที่ 8,700 ล้านบาท เกาะติดกระแสอัลตร้าบุ๊กมาแรงเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ เอซุส เซนบุ๊ก น้ำหนักเบาและ Eee- Pad แท็บเล็ตที่เร็วและแรงที่สุดในโลก

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการบริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่าในปีที่ผ่านมาอัสซุสเทคคอมพิวเตอร์มีรายได้ประมาณ 6,200 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2012 จะมีรายได้ประมาณ 8,700 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นรายได้จาก 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก คือ กลุ่มซิสเต็มส์ ทำตลาดโน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก มีการเติบโตประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการทำตลาดโน้ตบุ๊กประมาณ 70% ในส่วนกลุ่มโอพี (โอเพ่น แพลทฟอร์ม) เป็นการทำตลาดสินค้าพวกคอมโพแนนซ์ (มาเธอร์บอร์ด เมนบอร์ด สินค้าด้านเครือข่ายอื่นๆ) ยอดขายเติบโตขึ้นประมาณ 10%

'ปีที่แล้วสัดส่วนรายได้จากกลุ่มซิสเต็มส์ กับกลุ่มโอพี อยู่ที่ 71/29 แต่ในปีนี้คาดว่าจะเป็น 78/22'

ล่าสุดแบรนด์เอซุสเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ 2 ซีรีส์ คือ เอซุส เซนบุ๊ก เป็นอัลตร้าบุ๊กนำหนักเบาเพียง 1.3 กก. หน้าจอ 13 นิ้ว เมื่ออยู่ในโหมดสแตนบาย เปิดเครื่องใช้เวลาเพียง 2 วินาที ราคา 37,900 บาท อีกตัวเป็น Eee- Pad Transformer Prime แทบเล็ตที่เร็วและแรงที่สุดในโลกบางเพียง 83 มม. หนักเพียง 586 กรัมเป็นตัวแรกของโลกที่ใช้ CPU Tegra ราคา 20,900 บาท

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ - ส่งข้อเสนอแนะ?
การประมวลผลภาพ : อินเทลทุ่มซื้อสิทธิบัตร-ซอฟต์แวร์ถอดรหัสวิดีโอ
ส่งมาโดย duangpornopphon เมื่อ 7/2/2012 10:27:18 (0 ครั้งที่อ่าน)
การประมวลผลภาพ

อินเทล (Intel) ยักษ์ใหญ่ตลาดหน่วยประมวลผลทุ่ม 120 ล้านเหรียญสหรัฐ กวาดซื้อ 190 สิทธิบัตรจากเรียลเน็ตเวิร์ก (RealNetworks) รวมถึงอีก 170 สิทธิบัตรที่กำลังยื่นเรื่องขอ และการพัฒนาซอฟต์แวร์ถอดรหัสวิดีโอรุ่นใหม่ โดยยังคงสิทธิให้ เรียลเน็ตเวิร์กสามารถใช้สิทธิบัตรเหล่านี้กับผลิตภัณฑ์ในอนาคตของบริษัท

รานี เจมส์ รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายซอฟต์แวร์และบริการ อินเทลเชื่อว่า จากสิทธิในการเข้าถึงสิทธิบัตรดังกล่าว จะช่วยให้อินเทลสามารถผลิตโซลูชันนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทั้งอุปกรณ์พกพา อัลตร้าบุ๊ก หรือเครื่องเล่นไฟล์ดิจิตอล ได้เข้าถึงการใช้งานที่ครอบคลุมพฤติกรรมการใช้งานที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

โดยเชื่อว่าจากข้อตกลงนี้ จะช่วยให้อินเทลสามารถพัฒนาชิปเซ็ตรุ่นใหม่ ที่เพิ่มความสามารถในการถอดรหัสวิดีโอ ดังที่อินเทลเคยตั้งความหวังไว้ในซีพียูตระกูล ไอวี่บริดจ์ ที่สามารถใช้หน่วยประมวลผลในการประมวลผลภาพควบคู่กันไปด้วย

โทมัส นีลเซ็น ซีอีโอ เรียลเน็ตเวิร์ก ระบุในจดหมายแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลดีต่อบริษัท และถือเป็นการเพิ่มเงินทุน รวมถึงการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้นจากการทำตลาดของอินเทล และจะส่งผลให้บริษัท สามารถรุกเข้าไปยังธุรกิจใหม่ๆได้ง่ายกว่าเดิม

โดยภายในข้อตกลงดังกล่าวนอกจากการเข้าถึง 190 สิทธิบัตร และอีก 170 สิทธิบัตรที่กำลังยื่นจด ยังรวมถึงการที่อินเทล สามารถนำซอฟต์แวร์ถอดรหัสวิดีโอรุ่นล่าสุดของเรียลเน็ตเวิร์กไปใช้ และจะก่อให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์แวร์สำหรับถอดรหัสภาพในรุ่นถัดๆไปอีกด้วย

ทั้งนี้ เรียลเน็ตเวิร์ก เชื่อว่า ข้อตกลงครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบถึงธุรกิจอื่นๆของบริษัท ที่ให้บริการระบบ SaaS (Software as a Service) ซอฟต์แวร์เล่นไฟล์มัลติมีเดียอย่าง RealPlayer แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมีเดียอย่าง Helix การให้บริการเกมออนไลน์ GameHouse รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่วางจำหน่ายโดยตรง และร่วมมือกับพาร์ทเนอร์

หลังจากการเปิดเผยข้อตกลงดังกล่าวราคาหุ้นของบริษัท เรียลเน็ตเวิร์ก เพิ่มขึ้นจากเดิม 2.44 เหรียญ เป็น 9.79 เหรียญ หรือคิดเป็น 33.2%

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ - ส่งข้อเสนอแนะ?
(1) 2 3 4 ... 1968 »